[FIC KHR] -Illusione- (6918) [#04]

posted on 30 Mar 2008 20:50 by mizumi

ดองยืดยาว เมาแบบหยุดไม่อยู่ จู่ๆ อีคนเขียนก็หยิบฮิกุมาไซโคตัวเอง เลยออกมาเป็นยังไงก็ไม่รู้ว~ T[]T!!

พอดีว่าตอนเขียนตอนนี้ เปิดเพลงนี้วนไปวนมา อยากให้ท่านผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์อีมิตอนเขียน เลยเอามาแปะ ^[]^a แต่ถ้าหากไม่อยากฟังก็ปิดได้นะคะ

====================

[FIC] Katekyo Hitman REBORN! : Illusione [04]

Pairing: 6918 (โฮก ทำไมมีแอบหลุด ฟิคนี้มุคุเสะโศก... เสะโศกนะคะ ท่องไว้)

Author: Mizumi

Note: อยู่กลางทะเลพอดี TwT ฮา... รีเควสเรือกู้ชีพค่ะ อีมิจะว่ายเข้าฝั่ง

++++++++++++++++++++++++

...ฉันรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกต...

...ที่ซึ่งต้องจมปลักอยู่กับความสับสน และความวกวนไร้ที่สิ้นสุด...

 

อาจจะเป็นเพราะมีเรื่องอื่นที่น่าครุ่นคิดกว่าก็ได้ เพราะกว่าเด็กหนุ่มจะกลับถึงบ้านนั้นก็เย็นย่ำเต็มทน

มือเรียวเลื่อนบานประตูให้เปิดออก พร้อมกับขาที่ย่างก้าวเข้าไปภายใน รู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ต่างจากอากาศภายนอกอันเริ่มเย็นขึ้นด้วยใกล้ช่วงฤดูหนาว ร่างโปร่งเดินตรงไปตามทางเดินโล่ง แม้เรือนทรงญี่ปุ่นหลังนี้จะดูใหญ่ แต่คนที่อาศัยอยู่กลับมีแค่เขาเพียงคนเดียว

แต่นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ เนื่องจากเด็กหนุ่มไม่ชอบอยู่ในที่คนเยอะๆ อยู่แล้ว การที่จะอาศัยอยู่ในที่พักตามลำพังคงไม่ใช่เรื่องแปลกมากมายอะไร

ทว่าบางครั้ง ที่แห่งนี้ก็ช่างเงียบเหงา

ฮิบาริซึ่งเปลี่ยนไปใส่ชุดยูคาตะทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะ พลางยกชาที่เตรียมมาขึ้นดื่ม นัยน์ตาสีนิลทอดมองผ่านบานประตูด้านข้างเรือนอันเปิดกว้างสู่ท้องนภาอันไกลแสนไกล

เมฆาสีเทาซึ่งยังพอมองเห็นบนท้องฟ้าสีดำมืดมิดยามค่ำนี้ ยังคงล่องลอยอย่างอิสระเช่นเคย เสมือนไม่ถูกผูกมัดไว้กับสิ่งใดทั้งสิ้น

...ช่างต่างกับสายหมอกยิ่งนัก...

"...?"

เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อกิ่งไม้เล็กหักตกจากต้นลงกระทบพื้นสวนเกิดเสียงเบา สายลมเย็นพัดผ่านบานธรณีพาให้เกิดความหนาวสั่น

ฮิบาริลุกขึ้นยืน ออกเดินหมายปิดประตูนั้นกั้นความอบอุ่นในห้องมิให้จางหาย ทว่ามือที่กำลังจะเลื่อนปิดกลับหยุดการกระทำ ก่อนจะยกหยิบใบไม้สีแดงที่ปลิวมาติดผมตนเองโยนทิ้งไป

ต้นซากุระในสวนอันเคยออกดอกบานสะพรั่ง บัดนี้เปี่ยมด้วยใบไม้สีซีดจางที่ค่อยๆ ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ราวกับยอมจำนนต่อความหนาวเหน็บของฤดูหนาวอันใกล้จะมาเยือน กิ่งเรียบไร้ใบคอยปกคลุมชวนให้รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวแกมหดหู่

เด็กหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา ซากุระก็เปรียบได้ดั่งมนุษย์ ซึ่งมีทั้งช่วงเวลาที่โศกเศร้า และสิ้นหวัง แม้จะลุยฝ่าอุปสรรคหน้าหนาว ออกดอกออกใบใหม่ ชูกิ่งก้านแสดงให้เห็นถึงชัยชนะและความหวังใหม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไปก็กลับต้องทิ้งสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เข้าเผชิญเหมันต์ครั้งต่อไปอยู่ดี วนเวียนเช่นนี้ไม่รู้จบ

...แม้นมีความหวัง อีกไม่นานก็คงสิ้นหวัง...

...เพราะฉะนั้น ฉันถึงไม่เชื่อในความหวังยังไงล่ะ

ภาพดวงจันทราทอแสงสะท้อนบนแก้วตาสีรัตติกาลเย็นเยียบ

...หากดวงศศิธรบนฟากฟ้าเปล่งประกายได้อย่างสดใส การที่เมฆาจะล่องลอยต่อไปโดยไม่ยึดเหนี่ยวกับสิ่งใด ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลัง

...ฉันคิดว่าอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งความหวัง

มือเรียวดึงบานประตูเลื่อนปิดลง ก่อนจะตรงเข้าห้องพักผ่อนนอนบนเตียงกว้าง

ปุยเมฆที่เห็นผ่านบานหน้าต่างก่อนสติจะจมสู่ห้วงภวังค์ลึกนั้น ได้บดบังดวงจันทร์เสียสิ้น

 

 

 

ในเวลาเดียวกันนั้น แสงจันทร์ที่สาดส่องลงยังพื้นที่อาคารรกร้างเบื้องล่าง เผยให้เห็นหนุ่มร่างสูงยืนพิงบานหน้าต่างแตก เศษกระจกที่เกลื่อนพื้นดูจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเหม่อมองพระจันทร์เลยแม้แต่น้อย

เงามืดจากมุมตึกที่ตกทอดทำให้เห็นใบหน้าคมคายเพียงเสี้ยว ราวกับเจ้าของตั้งใจหลบซ่อนร่างตนให้พ้นไปจากทัศนะวิสัย ม่านหมอกจางๆ ที่ปกคลุมบริเวณทึบทึมนั้น เหมือนจะช่วยส่งเสริมให้ร่างนั้นกลมกลืนไปกับฉากหลังยิ่งขึ้น

ทว่าสายหมอกกลับเรือนลางยิ่งนัก ดูเลื่อนลอย ไร้ซึ่งอิสระ... ยามใดที่แสงอรุณทอยังริมขอบฟ้า แต่งแต้มสีฟ้าครามให้ท้องนภา เมื่อนั้นสายหมอกก็จำต้องจางหายไป

...ช่างต่างกับเมฆายิ่งนัก...

"..."

ปุยเมฆที่เข้าบดบังดวงจันทรานำพาแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวให้ดับวูบไป ชั่วครู่ที่ตกอยู่ในความมืด ม่านบรรยากาศก็ยิ่งทวีความหมองมัว ราวกับจะตอกย้ำความคิดที่ไม่อยากนึกถึงให้หวนกลับมา

สายหมอกคงดำรงอยู่ได้แต่เพียงในความมืดอันหนาวเหน็บ แฝงกายซ่อนเร้นอยู่กับละอองน้ำในอากาศ ไม่อาจเปิดเผยตัวตนออกไขว่คว้าความอิสระอันแสนอบอุ่นดั่งแสงอรุณนั้นได้เลย

...เพราะหากทำเช่นนั้น สายหมอกก็ไม่อาจคงอยู่ได้อีกต่อไป

เนตรสองสีหรี่ลงหลังแสงจันทร์กลับส่องทอประกายอีกครั้ง แม้ประกายในดวงตาสีแปลกนั้นจะไม่ได้สว่างขึ้นมาด้วยเลยก็ตาม

...น่าอิจฉาเมฆานัก ทั้งๆ ที่ผมไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเลือกแท้ๆ แต่คุณกลับมีสิ่งที่ผมต้องการทุกอย่าง ระหว่างที่ผมไม่มีอะไรเลยแม้สักอย่างเดียว...

มือขวากำแน่นเหมือนคนเจ็บใจ ทว่าใบหน้าก็ยังคงปรากฏรอยยิ้มอย่างทุกครา

...รอยยิ้มที่แสนชิงชัง คอยปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงของเขาตลอดมา ตัดทอนกระทั่งอิสระสุดท้ายไปด้วยความรู้สึกจอมปลอมเสียสิ้น

มือสองข้างที่เคยทำอะไรได้ทุกอย่าง บัดนี้กลับรู้สึกถึงความไร้พลัง

...สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คงมีเพียงแค่หวัง...

...และหวังว่าเส้นทางที่ตนเลือกนั้นจะถูกต้อง

ร่างสูงผละจากบานหน้าต่าง ก่อนเดินกลับไปนอนซุกโซฟาเก่าที่มุมห้อง

...ผมจะไม่เลิกหวังเด็ดขาด ไม่ว่าปลายทางที่เลือกไว้จะมีอะไรรออยู่ก็ตาม...

ชายหนุ่มกลับคืนร่างเด็กสาว พร้อมกับแสงจันทร์ที่ส่องผ่านผ้าม่านขาดวิ่นเพิ่มความเบาบางของสายหมอกจนแทบจะเลือนหายไป

 

 

 

สายลมเย็นพัดผ่านดวงหน้ามนยามนิทราให้รู้สึกตัวขึ้นมาใหม่

...อะไรกัน นึกว่าปิดหน้าต่างไปแล้วซะอีก...

แขนเรียวยกขึ้นอย่างสะลืมสะลือ เอื้อมควานหาบานหน้าต่าง ทว่ากลับแปลกใจที่สัมผัสได้เพียงอากาศ

ดวงตาสีนิลลืมขึ้นเชื่องช้า ได้กลิ่นใบหญ้าลอยมาปะทะจมูก

"หืมม์...?"

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าหาใช่ห้องนอนของตนเองไม่ แต่กลับเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างไกลจรดริมทะเลสาบ สายลมเอื่อยอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิที่พัดมา พาให้พฤกษาโบกพลิ้วพร้อมทั้งทิวแถว

"...ที่นี่?"

...หรือว่าบางทีจะเป็นความฝัน?

"...หึ"

...ว่ากันว่าความฝันมักสะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจ

...ครั้งนี้ก็คงเหมือนกันสินะ

...เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว...

...จะมีเจ้านี่ไว้เพื่ออะไร...

สายตาตวัดมองวัตถุเรียวในมือ ผิวแวววาวล้อเลียนแสงแดด ทว่ากลับมีความคมกริบ ราวกับมีไว้เพื่อกรีดสิ้นทุกสรรพสิ่ง

...มีดสีเงินหนึ่งเล่ม

"..."

...ดูขัดตากับสถานที่แสนสงบนี้เหลือเกิน

 

 

...ใช่ ดูแล้วช่างขัดตา...

ภาพของเด็กหนุ่มในชุดขาวกลางทุ่งกว้าง ทว่าในมือกลับถือของอันตราย ดูแล้วไม่ได้เข้ากันเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ร่างสูงที่ปรากฏกายจากทิวซากุระด้านหลังก็เลือกที่จะเฝ้ามองภาพนั้นต่อไป แม้ในใจจะไหวหวั่น แต่ก็เหมือนต้องมนตร์ให้หลงใหลร่างตรงหน้า

ในที่สุด นัยน์ตาสีดำนั้นก็หันมาประสานเข้ากับเนตรสองสี

รอยยิ้มที่เหยียดขึ้นโดยอัตโนมัติทำให้คิ้วเหนือดวงตาเข้มขมวดมุ่น ทว่ามุคุโร่กลับไม่สนใจ ก่อนย่างเท้าลงสู่พื้นที่โล่ง ค่อยๆ ลดระยะห่างระหว่างสองคนอย่างเชื่องช้า โดยร่างที่อยู่นิ่งไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน

...ราวกับรู้ว่าหากถอยหนีแล้วจะพลาดบางสิ่งไป

สองมือยื่นออกดั่งไขว่คว้าหาแสงสว่าง ดึงรั้งร่างตรงหน้ามาไว้ในอ้อมแขน

...หากผมไม่ทำอย่างนี้ ก็คงไม่มีวันได้รู้ถึงความรู้สึกของคุณ...

"!!"

ดวงตาแห่งรัตติกาลเบิกกว้าง ร่างบางมีท่าทีขัดขืน ไม่อาจเข้าใจได้ถึงความคิดและสีหน้าของร่างสูงนิ่งที่ซ่อนใบหน้าลงกับซอกคอขาว ทว่าประกายสีเงินที่สะท้อนแสงแดดกลับทำให้การกระทำนั้นหยุดชะงักลง

...โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูด ความคิดของทั้งคู่ก็เชื่อมถึงกัน

วัตถุคมกริบแบบเดียวกับในมือฮิบาริปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่ม

...เราสองคนนี่คงแปลก...

...ทั้งๆ ที่เข้าโอบกอดกันอย่างโหยหา ทว่าในมือกลับถือมีดจ่อแผ่นหลังของอีกฝ่าย...

...ราวกับคอยจ้องจะจ้วงชิงสิ่งสำคัญของกันและกันไปอย่างไรอย่างนั้น

เนตรสองสีหลับตาลง ทว่ามือกลับกระชั้นร่างในอ้อมแขนแน่นยิ่งขึ้น

...เอาสิครับ...

...ถ้าหากคุณเคียดแค้น ชิงชังผม ก็ขอให้คุณได้แทงลงมา...

...การกระทำครั้งต่อไปนี่แหละ... ที่จะพิสูจน์ความสัมพันธ์ของเราสองคน

 

===TBC.

 

ตัดจบดื้อๆ =[]=b!! มันเริ่มจะเน่าขึ้นทุกทีแล้ว โฮรววว T[]T!!

/me วิ่งกลับไปเขียนตอน 5 เจอกันรอบหน้าค่ะทุกท่าน ขอบคุณสำหรับคอมเม้น แง้งงงงง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เดี่ยวไว้จะมาอ่านน้า >.<

ได้ข่าวว่า จะมาคอสเป็นมุคุกับโครมให้กลุ่มเค้าใช่มั๊ยตัว
กรี๊ดกร๊าดดดด อ๊าแขน ยินดีต้อนรับเจ้าค่า (ดีใจจจ มีคนมาร่วมเยอะๆ)

#1 By ◘ :.ryo-13.: ◘ on 2008-03-30 20:53

"...ใช่ ดูแล้วช่างขัดตา...."

ใช่ค่ะ เชาเห็นด้วย ดูแล้วช่างขัดตาจริงๆ กร๊ากกกกกก

ปล.สู้ๆน้า เห็นออนเอ็มทีไรก็ปั่นทุกที 555+ เพื่อแฟนๆ6918ที่รออยู่ /me(กัดฟันพูด กี๊ดดดด TAT!!)

#2 By syaolee on 2008-03-30 21:57

โอ๊ยยยยยย ลุ้นพะย่ะค่ะ >__<

6918/1869 จะอย่างไหนชีก็ร้ากกกก T[]T

#3 By ChiiYo-tAn on 2008-03-30 23:18

เค้าไล่อ่านหมดแล้วนะตัวเอง ><!!
อยากจะกรี๊ดดดดด
เค้าชอบฟิคอารมณ์นี้สุดเล้ย!! (angst ได้ใจดีมาก!!)
จริงๆไม่ค่อยนิยม 6918 เท่าไหร่ แต่อ่านแล้วช็อบชอบ
(แต่ถ้ามีเซอร์วิส D18 มากกว่านี้จะชอบมากกกก)
ดีโน่ในฟิคตัวน่ารักจัง อ๊าง =///=~

เห็นว่าจะมาเป็นมุคุให้ใช่มั้ย ><!!
เครี๊ยกกกก~ มุคุไซส์มินิ อ๊าง~

#4 By k a z on 2008-03-31 12:38

เดี๋ยวว่างๆจะเเวบมาอ่านเน้อ น่าจะสนุกdouble wink
เพลงเพราะจังค่ะ เข้ากะบรรยากาศฟิคตอนนี้ดีจริงๆ

มิซัง (เรียกแบบนี้และกันนะคะ >_< )ไม่ต้องกลัวออกทะเลหรอกค่ะ ตราบใดที่สายหมอกยังอยู่เคียงข้างกับเมฆา เราสองจะออกทะเลไปด้วยกัน 5555+

/me โดนจับโยนออกนอกบล็อก

ปล. ฉากท้ายๆทำเอานึกถึงรูปคู่นี้ที่เราเคยวาดเลยค่ะ... http://schizophrenist.deviantart.com/art/KHR-Reciprocity-73763238

วาดไว้นานแล้น พอมาดูตอนนี้ก็... กร๊าซ อับอาย =///="

ปปล. (ตอบจากในบล็อก) เรียกว่า มอธ ก็ได้ก๊ะ ^-^

#6 By moth on 2008-03-31 14:55

=[]=จะรอต่อเน้!~
ไม่ค่อยได้อ่านรบอร์นเท่าไร่
แต่ก็พอรู้เรื่อง กร๊าชชชช

#7 By [Erene™ ] on 2008-03-31 19:31

กำลังคิดอยู่ว่า...จะลุ้นให้แทงรึไม่แทงดี -__,-
เป็นความจิตส่วนตัวเล็กน้อยที่ชอบเห็น(อ่าน?)แนวรักSM
ถ้าแทง...ก็คงสะใจ(เฉพาะตัวเอง?)ดีพิลึก
แต่ถ้าเปนอย่างนั้นก็ใจร้ายเกินไปสำหรับทั้ง2คน TwT ไม่สมหวังกันซักทีนะหนุ่ม
ชอบภาษา+ฟีลเรื่องนี้แฮะcry ให้ความรู้สึกหมองๆ เศร้าลึก ใช้คำได้ดีจริงๆให้ดิ้นตายcry

#8 By -((666 Error))- on 2008-03-31 20:13

อะชะโฮวกโอ้กอ้ากกกกก (ภาษาอะไรกันเนี่ยยยย??)

ชอบเพลงค่าาาาา

ส่วนฟิคสุโก้ยมาก โฮวกกกกก ลุ้นนนนน... แอบเชียร์ให้แทงสัปปะรดให้น้ำกระฉอกไปเลยยยย วะฮ่ะฮ่ะฮ่าาาา (ทำงั้นก็หมดมู้ทกันพอดีน่ะสิ... =[]=!!!)

/me โดนแม่ยกสัปปะรดรุมกระทืบ อาเมน...
ทั้ง 2 คนนี่เป็นพวก
ร่างกาย กับใจ ไม่ตรงกันหรอคะ? =w=

รอตอนต่อไปเลยค่า ~

#10 By ★+::+@MilY+::+★ on 2008-04-01 10:12

กรี๊ด!!!!!
เสียงร้องของหญิงสาว(ล่ะมั้ง)คนหนึ่งดังขึ้น!
บนเสื้อของเธอมีคำว่า าinderliebenfrohอยู่...

เธอมาจากFamilyไหนกันนะ? แล้วมาทำไม
ในขณะที่เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้น เธอก็ตะโกนขึ้นมาว่า...

"อย่ามาแทงอะไรกันที่นี่นะยะ
ถึงจะอยากเห็นใจจะขาดแต่ มันติดเรท นะ!!!"

2 หนุ่มถึงกับอึ้ง... ไอ้ที่ว่า แทง แล้วติดเรทเนี่ย "มันหมายความแบบไหนกันแน่ฟะ?"

...จบแบบอย่ามาเขียนไว้ดีกว่าไหม?...


แหะๆ...ล้อเล่นๆ


sad smile
กลับมาคอมเม้นตอน 4 คร้าบ

กลายเป็นการพิสูจน์รักไปซะแล้ว

6918 นี่มันเศร้าจริง ๆ ครับ T^T

#12 By Game Master Psycho on 2008-04-05 07:41

โฮ..6918 มาแนวนี้ ซึ้งได้ใจเจ้าค่ะ

ว่าแต่อารมณ์ท่านตอนแต่งฟิคทำไมมันดูหดหู่พิลึกล่ะเจ้าคะ เหอะๆ